Skip to content

แวนคูเวอร์เป็นดินแดนที่มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติ

ILSC-Vancouver
แคนาดา เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ประกอบไปด้วย 10 รัฐ และ 3 ดินแดน ซึ่งรัฐมีกฏหมายปกครองโดยตรง และดินแดนนั้นอยู่ภายใต้กฏหมายของสหพันธ์รัฐ ปัจจุบันประเทศแคนาดามีประชากรประมาณ 32 ล้านคน ซึ่งการเพิ่มจำนวนประชากรมาจากการอพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานของชาวต่างชาติ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 70 ของแรงงานทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น ชาวแคนาดาสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาในสัดส่วนที่มากที่สุดของประชากรของประเทศ ปัจจุบันมีคนไทยในแคนาดาประมาณ 10,000 คน รัฐบาลแคนาดาให้ความสำคัญสูงสุดกับการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ โดยคำนึงถึงการที่สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 1 และการที่สหรัฐฯ มีส่วนสำคัญในการป้องกันและป้องปรามปัญหาการก่อการร้ายที่อาจแทรกซึมเข้าสู่แคนาดาที่มีพรมแดนติดกับสหรัฐฯ

แวนคูเวอร์ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลบริติชโคลัมเบีย เป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันตกสุดของแคนาดา ติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกและเทือกเขาร็อกกี้ทางตะวันออก ในบางครั้งอาจเกิดความสับสนระหว่างเกาะแวนคูเวอร์กับเมืองแวนคูเวอร์ ความเป็นจริงเกาะแวนคูเวอร์นั้นเป็นเกาะที่เป็นที่ตั้งของเมืองวิคตอเรีย อันเป็นเมืองหลวงของจังหวัดบริติชโคลัมเบียในปัจจุบัน ส่วนเมืองแวนคูเวอร์ก็ไม่ได้อยู่บนเกาะแวนคูเวอร์ แต่อยู่บนพื้นแผ่นดินใหญ่ของจังหวัดบริติชโคลัมเบีย อาณาบริเวณ 3 ใน 4 ของแวนคูเวอร์นั้นถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาและทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม ด้านทิศเหนือจรดอ่าวเบอร์ราร์ด ทิศตะวันตกจรดช่องแคบจอร์เจีย และทิศใต้จรดแม่น้ำเฟรเซอร์ ส่วนทิศตะวันออกเป็นภูเขาสูง ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเล จึงทำให้แวนคูเวอร์เป็นเมืองที่มีภูมิอากาศอบอุ่นที่สุดในประเทศแคนาดา

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประชากร คือแวนคูเวอร์เป็นดินแดนที่มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติมาอาศัยอยู่มาก โดยเฉพาะคนเชื้อสายจีนที่อพยพมาจากเกาะฮ่องกง และเมื่อไม่กี่ปีมานี้ก็ได้มีการลงทุนทำธุรกิจในเมืองนี้ด้วย ทำให้พบเห็นคนต่างเชื้อชาติเดินอยู่เป็นจำนวนมาก ทางการของนครแวนคูเวอร์ได้ประมาณการเอาไว้ว่าในพื้นที่เขตปกครองเมืองแวนคูเวอร์นั้นมีประชากรที่เป็นคนกลุ่มน้อยอยู่มากถึงร้อยละ 41.7 และรองลงมาก็เป็นคนจากดินแดนชมภูทวีป ซึ่งได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน และบังคลาเทศ ส่วนอื่นๆนั้นก็มีมาจากเกาหลี ญี่ปุ่น และจากกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับละตินอเมริกา กับพวกกลุ่มประเทศอาหรับ และถึงแม้ว่าประเทศแคนาดาจะมีการใช้ภาษาราชการถึง 2 ภาษา คือ ภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ แต่การติดต่อสื่อสารของผู้คนในเมืองแวนคูเวอร์นั้นจะนิยมใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก รวมถึงมีการใช้ภาษาจีนอย่างแพร่หลาย

ความงดงามและมีชื่อเสียงอย่างมากของเมืองแวนคูเวอร์

Vancouver
ประชากรส่วนใหญ่ในแวนคูเวอร์มีเชื้อชาติแตกต่างกัน เพราะประเทศแคนาดาเปิดโอกาสรับผู้ขออพยพย้ายถิ่นจากนานาประเทศเข้ามาทำมาหากิน  ส่วนหนึ่งเพราะมีประชากรอาศัยอยู่น้อย มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล อีกส่วนหนึ่งก็เพื่อเก็บรายได้จากภาษี คนในเมืองจึงมีหน้าตาต่างๆกัน ชาวเอเชียผมดำโดยเฉพาะชาวจีนและฮ่องกงมีอยู่จำนวนมาก ด้านเหนือของแวนคูเวอร์ เป็นเมืองริมอ่าวชื่อ Burrad Inlet ใกล้กันทางตะวันตกคือตัวเมืองและทางเหนือคือ English Bay ซึ่งที่ริมอ่าวเต็มไปด้วยเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ จอดรอการออกสู่ท้องทะเล ทางด้านใต้ของเมืองแวนคูเวอร์คือ แม่น้ำ Fraser ฝั่งตะวันออกคือย่าน Burnaby ห่างไปทางใต้เล็กน้อย เป็นย่านนอกเมืองที่เรียกกันว่า Richmond และ Delta แวนคูเวอร์มีสภาพอากาศที่ดี ด้วยอิทธิพลของที่ตั้งใกล้เทือกเขาและใกล้มหาสมุทรทำให้อากาศดีตลอดปี มีบ้างที่อุณหภูมิต่ำถึง 0 องศาเซลเซียส และโดยทั่วไปไม่สูง เกิน 22 องศาเซลเซียส มีฝนบ้างในหน้าหนาว ในเมืองมีหิมะตกน้อย สำหรับคนที่ชื่นชอบกีฬาฤดูหนาว เพียงเดินทางไปแถบภูเขา ซึ่งอากาศจะต่ำกว่าในตัวเมืองนิดหน่อย ก็จะได้สนุกกับสกี และ กีฬาอื่นๆอีกมาก

ดาวน์ทาวน์ของแวนคูเวอร์นั้น เป็นศูนย์รวมธุรกิจและชีวิตเมือง จุดนี้จึงเต็มไปด้วยตึกระฟ้ากระจุกตัวกันอยู่อย่างสวยงาม ซึ่งนี่ก็คืออีกหนึ่งลานประลองของโลกสำหรับสถาปนิกหัวกะทิ ที่จะระดมฝีมือออกแบบกันอย่างเต็มที่ นี่เองที่ทำให้แวนคูเวอร์กลายเป็นเมืองในอันดับต้นๆของโลก ที่ขึ้นชื่อว่ามีแลนด์สเคปอันงดงาม และเป็นเมืองที่ถ่ายรูปออกมาได้สวยที่สุดเมืองหนึ่ง เส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงหัวใจคือ Robson Street ความจริงแล้วถนนสายนี้ทอดตัวตามแนวยาวของเมืองใหญ่ แต่โซนที่คึกคักหน่อยจะอยู่ช่วงกึ่งกลาง ซึ่งจุดนี้จะเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ตั้งแต่แฟชั่นยี่ห้อท้องถิ่นไปจนถึงแบรนด์เนมดัง รถเข็นฮอตด็อกข้างทางไปจนถึงร้านอาหารหรูหรา ทำให้ผู้คนขวักไขว่ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นยันพระจันทร์เวียนมาทำหน้าที่อีกหน ซึ่งนี่ถือว่าเป็น Shopping Street และ Lifestyle District ที่สำคัญของแวนคูเวอร์เลยทีเดียว

Highlight of Old Town

– The Gastown Steam Clock นาฬิกาไอน้ำชื่อดัง ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คหัวใจสำคัญของแวนคูเวอร์ที่ใคร ๆ ก็ต้องแวะมาชม ตั้งอยู่ช่วงกลางของถนน Water Street และยังคงเดินด้วยพลังงานไอน้ำตามระบบโบราณดั้งเดิม ซึ่งมรดกล้ำค่านี้คือนาฬิกาไอน้ำเรือนแรกของโลกนั่นเอง

– Maple Tree Square บริเวณสี่แยก (ที่ไม่ได้ตัดกันเป็นมุมฉาก) ใจกลาง Gastown นั้นก็คือจัตุรัสแรกที่ผู้บุกเบิกคนสำคัญเริ่มก่อตั้งเมืองนี้ขึ้น ชาวแวนคูเวอร์เลยสร้างอนุสรณ์สถานเป็นรูปปั้นกัปตัน Gassy Jack Deighton ที่กำลังยืนอยู่บนถังไม้โอ๊ค เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้สถาปนาอีกด้วย

– The Old Spaghetti Factory ร้านพาสต้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ถนน Water Street ซึ่งเป็นเสมือนอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองไปแล้ว ใครที่แวะมาเยี่ยมเยือน Gastown จึงมักไม่ลืมที่จะลองไปแวะชิมสปาเกตตีอร่อย ๆ สูตรดั้งเดิมที่ร้านนี้

แหล่งรวบรวมหนังสือหลากหลายที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เป็นงานจำหน่ายหนังสือและสื่อการศึกษาที่มีบริษัทผู้ผลิตหนังสือ สำนักพิมพ์และร้านหนังสือร่วมออกร้านมากที่สุดในประเทศไทย ตามปกติจะจัดขึ้นในราวปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี โดยงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2515 ปัจจุบันงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอ่าน และส่งเสริมให้อ่านหนังสืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงการช่วยเหลือบิดามารดา ผู้ปกครอง ครู และบรรณารักษ์ เรียนรู้และทำความเข้าใจเทคนิควิธีการส่งเสริมการอ่าน แก่เด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสมและได้ผล

ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เพื่อให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคิดอย่างสร้างสรรค์ได้ด้วยการอ่าน สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ภายในงานพบการออกบูธและจำหน่ายหนังสือในราคาพิเศษจากสำนักพิมพ์ชั้นนำกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงกิจกรรมพบปะนักเขียนชื่อดังที่ท่านชื่นชอบอีกด้วย ถือว่าเป็นงานแสดงหนังสือที่ได้รับความสนใจและรอคอยจากบรรดาคนรักการอ่านมาตลอด เพราะถ้าคนในชาติอ่านมากขึ้นก็จะมีวิจารณญาณในการพิจารณาปัญหาและประเด็นต่างๆเพิ่มขึ้น โดยรับรู้และเข้าใจปัจจัยของปัญหาจากการอ่าน เหตุการณ์ต่างๆที่ส่งผลลบต่อสังคมก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ

เราจำเป็นต้องอ่านหนังสือให้มากขึ้นกว่านี้ เพื่อช่วยให้ประเทศสามารถก้าวผ่านปัญหาต่างๆไปได้นอกจากนี้การจัดงานในระดับนานาชาติเช่นนี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศได้ด้วย ถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ มีประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและมากันเป็นกลุ่ม ทั้งนี้ภายในงานจะมีการจำหน่ายหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งหนังสือต่างประเทศ หนังสือแบบเรียน นิยาย วรรณกรรม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมอบรมสัมมนาและกิจกรรมบนเวที ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายๆแขนงเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

การเปิดโอกาสให้คนไทยสัมผัสกับหนังสือจากนานาชาติ เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์และมองเห็นการพัฒนาอุตสาหกรรมหนังสือในต่างประเทศ และขณะเดียวกันก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสัมผัสกับหนังสือไทย และยังเป็นสื่อกลางในการสร้างโอกาสให้กับนักเขียนและสำนักพิมพ์ของไทย ในการจำหน่ายลิขสิทธิ์ให้กับต่างประเทศ ผลทางอ้อมของการจัดงานยังเป็นการส่งเสริมให้สำนักพิมพ์ในประเทศไทยเกิดความตื่นตัว ปรับปรุงและพัฒนาการผลิตหนังสือให้มีคุณภาพ มีความหลากหลาย เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน และการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ตลอดจนกระตุ้นการเรียนรู้ และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง

สำนักพิมพ์ ต้องปรับตัวเพื่อรองรับสื่อยุคดิจิทัล


การเข้ามาของสื่ออินเตอร์เน็ตทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสื่อต่างๆเหล่านั้น กลับมาศึกษาและใช้ประโยชน์จากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เปิดช่องทางให้สามารถเข้าถึงคนในทั่วทุกมุมโลกและสามารถลดค่าใช้จ่ายในการผลิตลงอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสื่อใดๆตามที่ได้กล่าวมาแล้ว เราจะเห็นว่าสามารถปรับให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์ดิจิตอลและจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ทันที และที่สำคัญคือบริการเหล่านี้ สามารถเปิดให้บริการโดยอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง

การพิมพ์หนังสือกำลังเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากอีบุ๊คและร้านค้าปลีกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อะเมซอนดอทคอม แอ๊ปเปิ้ล อิงค์ และกูเกิล อิงค์ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และนำไปสู่การผลักดันให้ลดราคาอีบุ๊ค ภายใต้เงื่อนไขตามข้อตกลงที่กำลังเจรจากันอยู่นั้น บริษัทใหม่จะดำเนินการในรูปของธุรกิจร่วมทุน โดยเบอร์เทลส์มานน์ถือหุ้นมากกว่า 50% เพียงเล็กน้อย สะท้อนให้เห็นว่า แรนดอม เฮาส์ มีขนาดใหญ่กว่า ด้วยยอดขายเมื่อปีที่แล้วกว่า 2,260 ล้านดอลลาร์ เทียบเพนกวินซึ่งมียอดขาย 1,600 ล้านดอลลาร์ เพนกวินมีแนวโน้มที่จะมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์เล็กน้อย ขณะที่แรนดอม เฮาส์น่าจะมีมูลค่าสูงกว่าเพนกวิน ดังนั้น กิจการร่วมทุนแห่งใหม่นี้ น่าจะมีมูลค่าหุ้นระหว่าง 2,000 – 3,000 ล้านดอลลาร์

เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดทางให้นักเขียนเผยแพร่ผลงานได้ด้วยตัวเอง และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า หันมาเปิดบริษัทผลิตหนังสือดิจิทัลแข่งกับสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ มากขึ้น ตัวเลขร้านขายหนังสือแบบเดิมที่ลดจำนวนลง กลายเป็นการเพิ่มงานยากให้กับสำนักพิมพ์ ในการแนะนำนักเขียนใหม่สู่กลุ่มผู้อ่าน สำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก ในการดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งคลังสินค้า การพิมพ์ การทำตลาด ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถตัดลดได้ เพราะในยุคดิจิทัลไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานข้างต้น และแมคควิเวย์ทำนายว่า จะมีการควบรวมกิจการตามมาอีกในอนาคตอันใกล้

ปัจจุบัน ส่วนแบ่งในตลาดการพิมพ์หนังสือกระจายอยู่ในมือบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ไซมอน แอนด์ ชูสเตอร์ ของซีบีเอส คอร์ป สำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์คอลลินส์ ธุรกิจในเครือของนิวส์ คอร์ป เจ้าของหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัล และลาการ์เดอร์ ของบริษัทฮาเซตต์ บุ๊ค กรุ๊ป

บริบทใหม่ของสำนักพิมพ์ในยุคดิจิตอลในปัจจุบันนี้

การแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดจะมาจากเหล่านักเขียนที่ไม่ต้องพึ่งพาสำนักพิมพ์อย่างแต่ก่อนและหันมาเผยแพร่ผลงานของตนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง Amazon , Barnes & Noble และแม้แต่เว็บไซต์ส่วนตัว ซึ่งตรงนี้เองจะเหมือนเป็นการลดบทบาทของสำนักพิมพ์ในโลกยุคหลังการพิมพ์ (post-printing ) หรือไม่

ส่วนทางด้านสำนักพิมพ์เองก็เคลื่อนไหวไปในแนวทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน และเป็นที่ชัดเจนว่า เป้าหมายของพวกเขา คือการรักษาตลาดในปัจจุบันไว้ อย่างไรก็ตามนี่ดูเหมือนจะไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว  มีการเสียส่วนแบ่งการตลาดทีละเล็กละน้อยเพิ่มขึ้นเรือย ๆ และตราบเท่าที่มีผู้อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้นจนเป็นเรื่องปกตินั้น ยิ่งทำให้สำนักพิมพ์ลดบทบาทและความสำคัญลง

อะไรคือจุดแข็งที่สำนักพิมพ์มีและสามารถทำเงินได้ในบริบทใหม่นี้ิ
ทางเลือกหนึ่งที่น่าเป็นไปได้สำหรับสำนักพิมพ์ก็คือการปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเหมือนดังผู้ให้บริการเนื้อหาฟรี หรือจ่ายเงินเมื่อเข้าใช้งาน (pay per use) และบริษัทที่ทำเกี่ยวกับด้านบรรณาธิการ มีหนังสือที่ผู้เขียนตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานด้วยตนเองอยู่จำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาในเรื่องการพิมพ์และใช้ภาษาผิดหลักไวยากรณ์  สำนักพิมพ์สามารถเสนอบริการพิสูจน์อักษรและแก้ไขงาน โดยคิดค่าบริการเป็นครั้ง ๆ ไป  และถ้าหากการให้บริการนี้ประสบความสำเร็จ จะมีผู้มาใช้บริการมากกว่าจำนวนคนที่บริษัทมี ตรงจุดนี้สามารถแก้ปัญหาได้โดยการสร้างบริการที่เป็นตลาดกลางแล้วเปิดให้นักพิสูจน์อักษรอิสระสามารถเข้ามาประมูลงานที่ตนเองสนใจจากนักเขียนที่ต้องการผู้พิสูจน์อักษรเช่นกัน ซ่ึ่งทางสำนักพิมพ์เองยังคงสามารถเสนอบริการของตัวเองได้ตามเดิม แต่ในระดับราคาที่สูงกว่าท้องตลาดทั่วไป  ซึ่งเมื่อคิดค่าธรรมเนียมพิเศษที่สูงกว่านี้ นักเขียนจะได้รับการประกันคุณภาพว่าพวกเขาจะได้รับบริการที่ดีกว่า เช่น นอกจากการแก้ไขงานแล้วยังมีการสอนในเรื่องลีลาการเขียนเพิ่มเติมอีกด้วย บริการที่สำคัญที่สุดที่สำนักพิมพ์จัดหาให้นั้น คือการคัดเลือกหนังสือและจัดเตรียมหนังสือเพื่อเข้าสู่ตลาด แม้ว่าในขั้นตอนของสำนักพิมพ์นั้นอาจจะไม่สมบูรณ์แบบในการค้นหาหนังสือที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยมันก็ประสบความสำเร็จในการร่อนกรองเอาเรื่องพวกน้ำเน่าที่ไม่สามารถอ่านได้ออกไปดังนั้นชื่อและที่อยู่ของสำนักพิมพ์ที่ปรากฏบนหน้าปกหนังสือนั้นจึงเป็นเหมือนสิ่งที่แสดงถึงระดับของคุณภาพ

การเลือกหนังสือก็เหมือนกับการที่สำนักพิมพ์กำลังผลิตหนังสือของตนเอง สำนักพิมพ์ต้องแก้ไข ผลิตและทำการตลาดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  นี่อาจรวมถึงการพูดคุยกันในบล็อกของบรรณารักษ์ นอกจากนี้การเลือกใช้บริการของสำนักพิมพ์ยังขึ้นอยู่กับหนังสือ ที่รวมถึงการดูแลแบบออฟไลน์ด้วย อย่างเช่น การจัดพิมพ์ การออกร้าน การประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ  การโฆษณาและอาจรวมถึงการจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ให้กับนักเขียนเพื่อให้ได้สิทธิการจัดการเหนือกว่าคนอื่น